ไม่จริง!

พอพูดถึง “พลังงานสะอาด” เชื่อว่าหลายคนต้องนึกถึง “โซลาร์เซลล์” เป็นอันดับต้นๆ แน่นอน เพราะได้ชื่อว่าไม่มีการปล่อยควันออกมาในการผลิตไฟฟ้า ไม่ก่อมลพิษตอนใช้งาน แถมยังผลิตพลังงานจากแสงแดดฟรีๆ อีกต่างหาก แต่ถ้าลองมองลึกลงไปกว่าช่วงที่แผงโซลาร์เซลล์กําลังทํางาน คือ มองย้อนไปตั้งแต่การผลิต ไปจนถึงวันสุดท้ายที่แผงหมดอายุและต้องกลายเป็นขยะ เราจะพบว่า “พลังงานสะอาด” อาจไม่ได้สะอาดขนาดนั้น

แผงโซลาร์เซลล์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจริงหรือ

แม้ว่าแผงโซลาร์เซลล์จะไม่ปล่อยควันตอนผลิตไฟฟ้า แต่มันก็ยังมี “รอยเท้าคาร์บอน” (carbon footprint) อยู่บ้าง เริ่มตั้งแต่การขุดแร่ การหลอมซิลิคอน การประกอบแผง การขนส่งและติดตั้ง ตลอดจนการรื้อถอนและจัดการซากแผงโซลาร์เซลล์ กระบวนการเหล่านี้ล้วนใช้พลังงานและปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น โดยเฉลี่ยแล้วการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ 1 หน่วยไฟฟ้า (1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง) จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 40 กรัมตันคาร์บอนเทียบเท่า แต่เมื่อเทียบกับการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินที่ปล่อยถึง 1,000 กรัมตันคาร์บอนเทียบเท่าต่อหน่วยไฟฟ้า ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ยังนับว่าสะอาดกว่าถึง 25 เท่า เรียกได้ว่า ถ้าต้องเลือกผลิตไฟฟ้าด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง โซลาร์ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าหลายเท่าในการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโลก แต่สิ่งสําคัญคือ มันไม่ใช่ “ศูนย์” อย่างที่หลายคนเข้าใจ

ซากแผงโซลาร์: ขยะใหม่ในอนาคต

แผงโซลาร์เซลล์มีอายุใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25–30 ปี เมื่อถึงจุดนั้น มันจะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามมาตรฐานเดิมแล้ว และจําเป็นต้องรื้อถอนหรือเปลี่ยนใหม่ จากการประเมินของ IRENA และ IEA-PVPS คาดว่า ภายในปี 2050 จะมีซากแผงโซลาร์เซลล์สะสมทั่วโลกมากถึง 78 ล้านตันเนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ทั่วโลกจะมีมากถึง 4,500 กิกะวัตต์ ประเทศจีนจะมีปริมาณซากแผงโซลาร์เซลล์มากถึง 20 ล้านตัน ตามมาด้วยประเทศสหรัฐอเมริกา 10 ล้านตัน ประเทศญี่ปุ่น 7.5 ล้านตัน ประเทศอินเดีย 7.5 ล้านตัน และประเทศเยอรมนี 4.3 ล้านตัน

ในประเทศไทยเอง มีการติดตั้งโซลาร์สะสมมาตั้งแต่ยุคแรกตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2545–พ.ศ. 2579 จํานวน 6,000 เมกะวัตต์ ดังนั้น จึงคาดว่าใน พ.ศ. 2604 จะมีซากแผงโซลาร์เซลล์สะสมรวมมากกว่า 750,000 ตัน ถ้าไม่มีระบบจัดการที่ดี ก็อาจกลายเป็นปัญหาขยะรุ่นใหม่ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนโดยตรง

แผงโซลาร์เซลล์รีไซเคิลได้จริงไหม

คําตอบคือ ได้ และก็ควรทําให้ได้เยอะที่สุด เพราะแผงโซลาร์­เซลล์กว่า 95 เปอร์เซ็นต์ สามารถนํากลับมาใช้ใหม่ได้ โดยส่วนที่รีไซเคิลได้ง่ายที่สุดคือ “กระจก” และ “กรอบอะลูมิเนียม” ซึ่งรวมกันแล้วมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของนํ้าหนักแผงทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีวัสดุอื่น เช่น ซิลิคอน พลาสติก และโลหะบางชนิด ที่สามารถแยกและนําไปรีไซเคิลได้ถ้ามีเทคโนโลยีที่เหมาะสม

แนวคิดที่ใช้กันทั่วโลกในจัดการแผงโซลาร์เซลล์ คือ 3R: Reduce–Reuse–Recycle โดย Reduce คือการลดวัสดุและทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตตั้งแต่ต้น Reuse คือ ใช้ซํ้าหรือซ่อมแซมแผงที่ยังพอใช้งานได้ Recycle คือ แยกวัสดุและนํากลับมาเป็นวัตถุดิบใหม่

กฎหมายและแนวทางจากต่างประเทศ

หลายประเทศในโลกเริ่มตระหนักถึงความสําคัญของการจัดการซากแผงโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งถือว่าลํ้าหน้าในด้านนี้ สหภาพยุโรป (EU) ออกกฎหมาย Directive 2012/19/EU of The European Parliament and of the Council of 4 July 2012 on Waste Electrical & Electronic Equipment—WEEE ที่กําหนดให้แผงโซลาร์เซลล์ถือเป็น “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” ที่ต้องมีระบบจัดเก็บและรีไซเคิล โดยกําหนดเป้าหมายสัดส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการปรับสภาพและนํากลับมาใช้ใหม่ว่าต้องอยู่ที่ 85 เปอร์เซ็นต์ และที่ผ่านการรีไซเคิลต้องอยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ และใช้หลักการ EPR (Extended Producer Responsibility) คือ ให้ผู้ผลิตรับผิดชอบสินค้าของตนตั้งแต่ต้นจนจบการใช้งานแผงโซลาร์เซลล์ คือ ผู้ผลิตจะต้องมีกระบวนการเก็บแผงโซลาร์เซลล์เมื่อหมดอายุการใช้และนําไปรีไซเคิลหรือกําจัดซากแผงโซลาร์­เซลล์ โดยผู้บริโภคไม่ต้องเสียเงินในการกําจัดแผงโซลาร์เซลล์เมื่อสิ้นอายุการใช้งาน ซึ่งประเทศเยอรมนีมีการนํา WEEE มาปรับใช้และออกกฎหมายในการบังคับใช้ กฎหมายชื่อว่า Act Governing the Sale, Return and Environmentally Sound Disposal of Electrical and Electronic Equipment—ElektroG ให้ผู้ผลิตแผงโซลาร์­เซลล์ต้องลงทะเบียน และรายงานแผนจัดการซากแผงโซลาร์เซลล์อย่างชัดเจน

สําหรับประเทศญี่ปุ่น ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะสําหรับการจัดการซากแผงโซลาร์เซลล์ แต่ใช้กฎหมายว่าด้วยของเสียจากอุตสาหกรรมหรือชุมชนเป็นตัวกํากับ โดยให้เทศบาลหรือเจ้าของระบบพลังงานเป็นผู้จัดการของเสียตามลักษณะการใช้งาน เช่น แผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้านเรือนหรือไม่ได้มีการใช้เพื่อธุรกิจจะถือเป็นขยะมูลฝอยจากชุมชนซึ่งเทศบาลมีหน้าที่ในการจัดการของเสีย แต่ถ้าเป็นแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ใช้ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะถือว่าเป็นของเสียจากอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ที่ก่อให้เกิดของเสียมีหน้าที่จัดการของเสีย อาจจะว่าจ้างให้บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตในการจัดการของเสียเป็นผู้ดําเนินการแทน

แล้วกฎหมายในประเทศไทยล่ะ

ประเทศไทยยังไม่มี “กฎหมายเฉพาะ” สําหรับจัดการซากแผงโซลาร์เซลล์อย่างเป็นระบบ ถ้าเป็นโครงการการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ คือ กําลังผลิตติดตั้งมากกว่า 1,000 กิโลวัตต์ (kW) ผู้ผลิตติดตั้งจะต้องขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า และต้องปฏิบัติตามหลักการด้านสิ่งแวดล้อมตาม COP (code of practice) ซึ่งกําหนดให้กําจัดซากแผงโซลาร์เซลล์ด้วยวิธีรีไซเคิลเป็นลําดับแรก และมีกําหนดหลักการไว้อย่างกว้างๆ นอกจากนี้มีการแนะนําให้ใช้การฝังกลบของเสียอันตราย หรือเผาด้วยเตาเผาเฉพาะของเสียอันตราย หรือวิธีอื่นใดที่กําหนดไว้ตามพระราช­บัญญัติโรงงาน

แต่ถ้าเป็นระบบ solar rooftop ที่ติดตั้งบนหลังคา โดยเฉพาะที่มีกําลังผลิตติดตั้งไม่ถึง 1,000 กิโลวัตต์ มักได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขอใบอนุญาต และไม่ต้องปฏิบัติตามหลักการด้านสิ่ง­แวดล้อมตาม COP ล่าสุดในปี 2567 กระทรวงอุตสาหกรรมได้แก้ไขกฎระเบียบใหม่ ยกเว้นให้ solar rooftop ทุกขนาด “ไม่ถือว่าเป็นโรงงาน” จึงไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายโรงงานที่ควบคุมการจัดการของเสียอันตราย ช่องโหว่นี้เองทําให้แผงโซลาร์เซลล์จํานวนมากที่ติดตั้งวันนี้ อาจกลายเป็นขยะที่ไร้เจ้าภาพในอีก 20–30 ปีข้างหน้า

สรุปแล้ว โซลาร์เซลล์สะอาดจริงไหม

คําตอบคือ “สะอาดกว่าพลังงานแบบดั้งเดิมมาก” โดยเฉพาะตอนใช้งานที่ไม่ปล่อยควัน ไม่ปล่อยก๊าซ แถมใช้พลังงานจากธรรมชาติอย่างดวงอาทิตย์ แต่ก็ต้องยอมรับว่า โซลาร์เซลล์ยังไม่ใช่พลังงานที่ “สะอาดสมบูรณ์แบบ” เพราะยังมีผลกระทบแฝงอยู่ โดยเฉพาะเรื่องการผลิตและการจัดการซากเมื่อหมดอายุการใช้งาน

ทางออกคืออะไร

ประเทศไทยควรเร่งวางระบบรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงง่าย ออกกฎหมายเฉพาะที่รองรับการจัดการซากแผงโซลาร์ทุกขนาด ส่งเสริมให้ผู้ผลิตออกแบบแผงโซลาร์เซลล์ที่รีไซเคิลง่าย และยืดอายุการใช้งาน ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการติดตั้ง และการจัดการหลังการใช้งานหรือเมื่อแผงโซลาร์เซลล์หมดอายุการใช้

โซลาร์เซลล์คือก้าวที่ดีมากของพลังงานไทย แต่ถ้าอยากให้ “ดีแบบยั่งยืน” เราก็ต้องมองให้ครบทุกด้าน และจัดการตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่พลังงานสะอาดจะกลายเป็นขยะสะสมในวันพรุ่งนี้

รายการอ้างอิง

กรมโรงงานอุตสาหกรรม. (2567). กฎกระทรวงประเภท ชนิด และขนาดของโรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2567. กระทรวงอุตสาหกรรม. https://download.asa.or.th/03media/04law/fa/mr67(03).pdf

ปัญญ์ จันทร์ลออ. (2559). มาตรการทางกฎหมายในการจัดการซากแผงเซลล์แสงอาทิตย์. [วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2016/TU_2016_5601034514_6201_5238.pdf

ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2566). โครงการการพัฒนาระบบรีไซเคิลของเสียแผงพลังงานแสงอาทิตย์. สํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน. https://pdfmkm.erc.or.th/file_upload/module/manage_digital_file/digital_file/21c229ca.pdf

สํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน. (2568, 15 พฤษภาคม). สํานักงาน กกพ. ปลดล็อกข้อจํากัด ลดขั้นตอนกระบวนการจดแจ้งยกเว้นฯ ไม่ต้องขอรับใบอนุญาตการประกอบกิจการไฟฟ้า. https://www.erc.or.th/th/news-release/3233

International Renewable Energy Agency, and International Energy Agency Photovoltaic Power Systems. (2016). End of life management: Solar photovoltic panels. IRENA, IEA PVPS. https://iea-pvps.org/wp-content/uploads/2020/01/IRENA_IEAPVPS_End-of-Life_Solar_PV_Panels_2016.pdf

Nain, P. & Anctil, A. (2024). End-of-life solar photovoltaic waste management: A comparison as per European Union and United States regulatory approaches. Resources, Conservation & Recycling Advances, 21. https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2667378924000117

National Renewable Energy Laboratory. (2012). Life cycle greenhouse gas emissions from solar photovoltaics. U.S. Department of Energy. https://docs.nrel.gov/docs/fy13osti/56487.pdf

Solar photovoltaic (PV) modules waste regulations—The European Union. (2023, April 1). ES Knowledge. https://es-knowledge.com/2023/04/01/e004/