ไม่จริง!

คําว่า “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน” (energy transition) หรือ การเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากฟอสซิลไปสู่พลังงานหมุนเวียน ได้กลายเป็นคําสําคัญในแผนพลังงานของภาครัฐและกลยุทธ์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งทําให้หลายคนจินตนาการไปถึงเมืองที่ปลอดมลพิษ ถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้า หลังคาบ้านที่มุงด้วยแผงโซลาร์เซลล์ ไปจนถึงโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ติดตั้งระบบดักจับมลพิษทันสมัย

แต่มุมมองนี้กลับลดทอนความซับซ้อนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ให้เหลือเพียงเรื่องของเทคโนโลยี และมุ่งไปที่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกโดยลําพัง ทั้งที่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนผ่านพลังงานเกี่ยวพันกับโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม อํานาจ และทรัพยากรที่สัมพันธ์กันจนไม่อาจแยกขาดจากกันได้ ซึ่งไม่อาจแก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในเทคโนโลยีที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็น “ทางออกหลัก” ของวิกฤตโลกร้อน คือ ระบบดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ CCS/CCU (carbon capture and storage/utilization) ซึ่งภาคพลังงานโดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่มักโฆษณาว่าเป็นเครื่องมือสําคัญในการบรรลุเป้าหมาย net zero โดยลดทอนความสําคัญในประเด็นการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล นําไปสู่การที่บริษัทพลังงานอาจจะไม่ต้องเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลแต่อย่างใด

หลักการของ CCS/CCU คือการติดตั้งเครื่องดักจับก๊าซคาร์บอน บริเวณปล่องควันของโรงไฟฟ้าหรือแท่นขุดเจาะ ก่อนจะนําก๊าซไปฝังใต้ดินหรือนําไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น เช่น การเพิ่มการผลิตนํ้ามัน (EOR) ฟังดูเหมือนระบบที่ลงตัวและพร้อมใช้ แต่ความเป็นจริงกลับซับซ้อนกว่านั้นมาก

โครงการ Boundary Dam Unit 3 CCS ในแคนาดา1 มักถูกใช้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ทั้งในด้านข้อจํากัดของเทคโนโลยี CCS ที่นํามาใช้กับโรงไฟฟ้าถ่านหินและความไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ แม้ตั้งเป้าว่าจะดักจับคาร์บอนได้ 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ในทางปฏิบัติทําได้จริงเพียงประมาณ 57 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จากปัญหาการเดินเครื่องไม่เต็มประสิทธิภาพ การหยุดซ่อมบํารุงบ่อยครั้ง และระบบที่ยังไม่เสถียร นอกจากนี้ยังพบว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าหลังติดตั้งระบบดักจับ อีกทั้งคาร์บอนที่ดักจับได้ส่วนใหญ่ถูกนําไปใช้ในอุตสาหกรรมนํ้ามัน ซึ่งย้อนแย้งกับเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอน

ไม่เพียงเท่านั้น โครงการ CCS หลายแห่งทั่วโลก เช่น Kemper และ Petra Nova ในสหรัฐฯ หรือ Gorgon ในออสเตรเลีย ต่างล้มเหลวหรือมีประสิทธิภาพตํ่ากว่าที่ตั้งเป้าไว้มาก บางโครงการล้มเลิกอย่างถาวรในเวลาไม่กี่ปี ขณะที่บางแห่งไม่มีข้อมูลโปร่งใสให้ตรวจสอบ นี่คือสัญญาณว่า CCS ยังห่างไกลจากคําว่า “เทคโนโลยีแก้ปัญหา” อย่างแท้จริง

ยิ่งไปกว่านั้น ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่คือ หาก CCS สามารถพัฒนาให้สมบูรณ์แบบในอนาคต ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือยืดอายุของอุตสาหกรรมฟอสซิล ทําให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนช้าลง เพราะไม่มีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจหรือเชิงนโยบายในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างแท้จริง กลายเป็นการผูกมัดสังคมไว้กับระบบพลังงานเดิม

ประเด็นที่น่ากังวลอีกประการคือ การพึ่งพา CCS โดยไม่ลดการใช้ฟอสซิลตั้งแต่ต้นทาง จะยังคงก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการขุดเจาะใหม่ในพื้นที่อนุรักษ์ การแย่งชิงทรัพยากร การปล่อยสารพิษในพื้นที่การผลิต ทั้งหมดนี้ยังคงเกิดขึ้น แม้เราจะสามารถดักจับคาร์บอนได้ที่ปลายทางก็ตาม

กรณีของบริษัท ExxonMobil2 ที่มีการโฆษณาเกี่ยวกับ CCS ว่าช่วยลดการปล่อยคาร์บอน แต่เบื้องหลังคือการใช้คาร์บอนที่ดักจับได้ไปเพิ่มกําลังการผลิตนํ้ามันแทนที่จะถูกจัดเก็บถาวร หรือแคมเปญ “Let’s Clear the Air” ของกลุ่ม Pathways Alliance ในแคนาดา3 ที่พูดถึงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดผ่านการใช้ CCS แต่ยังคงเดินหน้าขุดเจาะนํ้ามันในระดับสูง ความเป็นจริงต่างสะท้อนให้เห็นว่า CCS ถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างภาพมากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจริง

CCS จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นคําตอบหลักของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ควรเป็นเพียง “เครื่องมือเสริม” ที่นํามาใช้สําหรับการปล่อยก๊าซที่จัดการได้ยากหลังจากความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือน้อยที่สุดแล้วสําหรับภาคอุตสาหกรรมที่จําเป็น ไม่ควรถูกใช้เป็นใบเบิกทางให้ฟอสซิลอยู่ต่ออย่างไม่มีที่สิ้นสุด4

การพึ่งพาเทคโนโลยีนี้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตและพฤติกรรมบริโภคพลังงานอย่างจริงจัง อาจสร้างความชอบธรรมให้เชื้อเพลิงฟอสซิลยังคงอยู่ต่อไปภายใต้ “การเปลี่ยนผ่าน” หากยังมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาปลายทางแทนที่จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียน การปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน หรือการปฏิรูประบบพลังงานให้เป็นธรรมและยั่งยืน ปัจจัยเหล่านี้เป็นการชะลอการเปลี่ยนผ่านและยังผลักภาระต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมไปให้คนรุ่นหลังอีกด้วย

ท้ายที่สุด หากเราเข้าใจว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เราจะเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานนอกจากการยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล (fossil fuel phase-out) เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ยังต้องดําเนินการตามหลัก “การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ยุติธรรม” (just energy transition) ไม่ว่าจะเป็น การสนับสนุนแรงงานฟอสซิลในการเปลี่ยนอาชีพ การให้สิทธิชุมชนมีส่วนร่วมตัดสินใจในโครงการพลังงาน และการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดในราคาที่เป็นธรรม รวมถึงการลดอํานาจผูกขาดในระบบพลังงาน เปิดพื้นที่ให้พลังงานชุมชนหรือผู้ผลิตรายย่อยเข้ามามีบทบาท ไม่ใช่ปล่อยให้กระจุกอยู่กับบริษัทยักษ์ใหญ่ การเปลี่ยนผ่านพลังงานจึงต้องเป็นกระบวนการที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชน มีสิทธิและเสียงในการร่วมกําหนดอนาคตพลังงานของประเทศ


  1. Kevin Morrison, “The Good, the Bad, and the Ugly Reality about CCS (Carbon Capture and Storage),” Institute for Energy Economics and Financial Analysis, Online Presentation to the Melbourne Petroleum Club, March 12, 2024, https://ieefa.org/resources/good-bad-and-ugly-reality-about-ccs-carbon-capture-and-storage; David Schlissel and Mark Kalegha, “Carbon Capture at Boundary Dam 3 Still an Underperforming Failure,” Institute for Energy Economics and Financial Analysis, April 30, 2024, https://ieefa.org/resources/carbon-capture-boundary-dam-3-still-underperforming-failure; Toby Lockwood, “Carbon Capture and Storage: What Can We Learn from the Project Track Record,” Clean Air Task Force, July 31, 2024, https://www.catf.us/resource/carbon-capture-storage-what-can-learn-from-project-track-record
  2. Amy Westervelt, “Oil Companies Sold the Public on a Fake Climate Solution — And Swindled Taxpayers out of Billions,” Vox, July 29, 2024, https://www.vox.com/climate/363076/climate-change-solution-shell-exxon-mobil-carbon-capture; Bruce Robertson and Milad Mousavian, “The Carbon Capture Crux: Lessons Learned,” Institute for Energy Economics and Financial Analysis, September 1, 2022, https://ieefa.org/resources/carbon-capture-crux-lessons-learned
  3. Greenpeace Canada and Canadian Association of Physicians for the Environment, Greenwashing Big Oil & Gas: The Fossil Fuel Deception Playbook, https://www.greenpeace.org/static/planet4-canada-stateless/2023/12/14cf92b2-greenwashing-toolkit-doc-1-1.pdf
  4. อ่านข้อมูลเกี่ยวกับข้อจํากัดของ CCS เพิ่มเติมได้ในบท “เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ช่วยให้โรงไฟฟ้าฟอสซิลบรรลุเป้า net zero ได้ จริงหรือไม่?”