จริง

และ ไม่จริง

ชวนมาดูอัตราค่าไฟฟ้า เชื้อเพลิงหลักที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า สัดส่วนพลังงานฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียนของประเทศในภูมิภาคอาเซียนจํานวน 9 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และไทย ถ้าพิจารณาแค่ตัวเลขค่าไฟฟ้าต่อหน่วยจะพบว่า ประเทศไทยมีอัตราค่าไฟฟ้าสําหรับบ้านที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรมหรือธุรกิจแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งค่าไฟฟ้าไทยแพงกว่าอินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว และเมียนมา แต่อัตราค่าไฟฟ้าของไทยยังถูกกว่าสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา (รายละเอียดตามตารางด้านล่าง)

แต่หากพิจารณาอัตราค่าไฟฟ้าต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวจะเห็นว่าสัดส่วนค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว (per capita GDP) ของคนไทยอยู่ในระดับสูง รายละเอียดตามแผนภูมิด้านบน ซึ่งจะเห็นว่าคนไทยต้องเสียค่าไฟฟ้าในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว และสูงกว่าประเทศอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ และจะเป็นรองก็แค่เพียงประเทศกัมพูชาเท่านั้น ทั้งนี้ ไม่นับรวมประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะนับพันเกาะซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการให้บริการด้านไฟฟ้า ทําให้มีต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงกว่าประเทศอื่นๆ สําหรับประเทศสิงคโปร์ถึงแม้จะมีอัตราค่าไฟฟ้าสูงที่สุดในอาเซียน (ดังแสดงในตารางข้างต้น) แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวที่สูง ทําให้ค่าไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน (ยกเว้นประเทศเมียนมา ซึ่งมีปัญหาไฟฟ้าดับรุนแรง จึงไม่สามารถเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าบนฐานเดียวกันได้) ดังนั้น สําหรับประเทศไทยค่าไฟฟ้าถือเป็นภาระต่อครัวเรือนมากกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ซึ่งส่งผลลบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจของประเทศ

สําหรับเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ใช้ก๊าซธรรมชาติและถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าซึ่งส่วนใหญ่นําเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ โดยในช่วงที่ผ่านมาเกิดภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติปรับสูงขึ้นอย่างมากและส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้น

ค่าไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการใช้ชีวิตและต้นทุนในการผลิตสินค้า หากค่าไฟฟ้าแพงเกินไปก็จะส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนปรับสูงขึ้นและภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจไม่สามารถแข่งขันทางการค้าได้เนื่องจากต้นทุนในการผลิตสินค้าแพงกว่าประเทศอื่น การบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นสิ่งจําเป็นที่ทุกประเทศต้องพิจารณา

ดังนั้น นอกจากพิจารณาแค่ตัวเลขค่าไฟฟ้าว่ามีราคาถูกหรือแพง ควรพิจารณาถึงความมั่นคงด้านไฟฟ้า ความเพียงพอของไฟฟ้าตามที่ผู้บริโภคต้องการ เช่น ไฟฟ้าสีเขียว และควรพิจารณาถึงต้นทุนในการแข่งขันทางการค้าด้วย เช่น ประเทศเวียดนามที่มีความมั่นคงด้านไฟฟ้าน้อยกว่าประเทศไทยแต่ค่าไฟฟ้าถูกกว่า เห็นได้จากในปี 2566 ประเทศเวียดนามเกิดไฟฟ้าดับบ่อยๆ เพราะเมื่อเข้าสู่ฤดูแล้ง ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังนํ้าลดน้อยลง ส่งผลให้ไฟฟ้าตก ติดๆ ดับๆ และส่งผลต่อกระบวนการผลิตสินค้าของบริษัทอุตสาหกรรมหรือธุรกิจต่างๆ ที่ตั้งถิ่นฐานการผลิตในประเทศเวียดนาม10

สําหรับประเด็นความเพียงพอของไฟฟ้า จะเห็นได้จากอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่ต้องส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรปและได้รับผลกระทบจากมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ทําให้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวในการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว แต่ภาครัฐของไทยไม่สามารถเพิ่มไฟฟ้าสีเขียวให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจต่างๆ ได้ เนื่องจากนโยบายภาครัฐยังมุ่งเน้นการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก11

ภาครัฐไทยพยายามแก้ปัญหาความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวในการผลิตสินค้าหรือใช้ในธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ โดยออกโครงการ Utility Green Tariff (UGT) เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่อัตราค่าไฟฟ้าของ UGT-1 (แบบที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสีเขียวไม่สามารถเจาะจงแหล่งที่มาของไฟฟ้าสีเขียว—UGT1) อยู่ที่ 4.23 บาทต่อหน่วย ซึ่งแพงกว่าอัตราค่าไฟฟ้าปกติ และ อัตราค่าไฟฟ้า UGT-2 (แบบที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเจาะจงแหล่งที่มาของไฟฟ้าสีเขียวได้—UGT2) อยู่ที่ 4.56 บาทต่อหน่วยสําหรับแหล่งไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2568–2570 และ 4.54 บาทต่อหน่วยกรณีที่แหล่งไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เปิดดําเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 2571–257312 ซึ่ง UGT-2 แพงกว่าอัตราค่าไฟฟ้าปกติ ส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตสินค้าแพงขึ้น

ถึงแม้ประเทศไทยจะมีความมั่นคงด้านพลังงาน แต่ค่าไฟฟ้าแพงส่งผลให้บริษัทในประเทศไทยเสียเปรียบในการแข่งขันทางการค้าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น ต้องมีการบริหารจัดการทั้งสองประเด็นให้มีความสมดุลและก่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนทุกภาคส่วน


  1. “Electricity in Cambodia in 2024,” Low-Carbon Power, https://lowcarbonpower.org/region/Cambodia
  2. “Indonesia,” Ember, July 1, 2025, https://ember-energy.org/countries-and-regions/indonesia/
  3. “Energy System of Laos,” International Energy Agency, https://www.iea.org/countries/laos
  4. “Malaysia,” Ember, April 10, 2025, https://ember-energy.org/countries-and-regions/malaysia/
  5. “Electricity in Myanmar (Burma) in 2024,” Low-Carbon Power, https://lowcarbonpower.org/region/Myanmar_(Burma)
  6. “The Philippines,” Ember, April 10, 2025, https://ember-energy.org/countries-and-regions/philippines-the/
  7. Eric Koons, “Renewable Energy in Singapore: Sources, Plan and Strategy,” Energy Tracker Asia, June 9, 2024, https://energytracker.asia/renewable-energy-singapore/
  8. “Electricity in Thailand in 2024/2025,” Low-Carbon Power, https://lowcarbonpower.org/region/Thailand
  9. “Viet Nam,” Ember, April 10, 2025, https://ember-energy.org/countries-and-regions/viet-nam/
  10. เสาวลักษณ์ เขตสูงเนิน, “ไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง…ปัญหาที่แก้ไม่ตกของเวียดนาม ซัพพลายเชนอุตสาหกรรมชิปโลกอาจตกเป็นของมาเลเซียและอินเดีย?,” The Standard, 12 พฤษภาคม 2567, https://thestandard.co/vietnam-pledges-more-energy-security-as-chip-race-heats-up
  11. “‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ สะดุดไฟสะอาด รัฐไร้นโยบาย-ตปท.ซบเวียดนาม,” ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, 30 กรกฎาคม 2568, https://www.prachachat.net/economy/news-1854918
  12. “Utility Green Tariff (UGT) ราคาไฟฟ้าสีเขียว หนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero,” ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, 6 กุมภาพันธ์ 2567, https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-social-media/Pages/SBUvol3No3-FB-2024-02-06.aspx

รายการอ้างอิง

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. (2568ก, 1 มิถุนายน). ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด. https://www.egat.co.th/home/statistics-demand-annual/

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. (2568ข, 17 กรกฎาคม). สูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ก.ย.–ธ.ค.68. https://www.egat.co.th/ft/ft_sep68-dec68/ft-reason_sep68-dec68.html

คณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน. (2568, 17 กรกฎาคม). เอกสารการรับฟังความคิดเห็น เรื่องค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) สําหรับงวดเดือนกันยายน–ธันวาคม 2568. https://www.erc.or.th/th/listen-to-opinions/571

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2568, 29 สิงหาคม). อัตราแลกเปลี่ยน. https://www.bot.or.th/th/statistics/exchange-rate.html

แนวทางหั่นค่าไฟเหลือ 3.70 บาทของ “ทักษิณ ชินวัตร”. (2568, 7 กุมภาพันธ์). Thai Publica. https://thaipublica.org/2025/02/thaksin-shinawatras-plan-to-cut-electricity-prices-to-3-70-baht/

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2568, 14 มกราคม). https://tdri.or.th/wp-content/uploads/2025/01/Presentation

สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน. (2568, 1 มิถุนายน). ปิโตรเลียม. https://www.eppo.go.th/index.php/th/energy-information/static-energy/static-electricity?orders[publishUp]=publishUp&issearch=1

ASEAN Energy Center, A. E. (2024). 8th ASEAN energy outlook. Indonesia: ASEAN Energy Center. https://aseanenergy.org/wp-content/uploads/2024/09/8th-ASEAN-Energy-Outlook.pdf

GlobalPetrolPrices.com. (2025, June 30). Electricity prices. https://www.globalpetrolprices.com/electricity_prices/